วิธีสร้างความมั่งคั่งด้วยหลักการพระพุทธศาสนา 4 ประการ
การมีอิสระทางการเงิน ถือเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา
เพราะสามารถบริหารการจับจ่ายใช้สอยได้อย่างอิสระเสรี ไม่ต้องมีแรงกดดันหรือแรงเสียดทานใดๆ
อีกทั้งยังสามารถเป็นที่พึ่งพาของผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากเมื่อถึงคราวคับขันจำเป็นอีกด้วย
ในความเป็นจริงแล้ว คนที่เป็นเศรษฐีจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ
(Prince George of Cambridge วัย 3 ขวบ
พระโอรสองค์โตของ Prince William, Duke of Cambridge และ Catherine, Duchess of Cambridge ด้วยวัยเพียง 3 ขวบเท่านั้น แต่กลับเป็นมหาเศรษฐีแล้ว เพราะมีทรัพย์สินมากถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 1.75 แสนล้านบาท)
1.รวยมาแต่กำเนิด
สำหรับเศรษฐีประเภทนี้นับว่าเป็นผู้ที่สร้างบุญเก่ามาแล้วด้วยดี ในชาตินี้เมื่อเกิดมา จึงไม่ต้องพบกับความยากลำบาก เนื่องจากพ่อแม่ได้ปูพื้นฐานสร้างความมั่งคั่งรำรวยตลอดจนสร้างโอกาสเอาไว้ให้ก่อนแล้ว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
@taobaocargo
2.สร้างความร่ำรวยมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง
เศรษฐีประเภทนี้แม้ในช่วงแรกๆ ครอบครัวอาจมีสถานะการเงินที่ยังไม่ค่อยจะดีนัก แต่บุญก็จะจัดสรรตัวเองให้ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ได้รับการบ่มเพาะและหล่อหลอมการสร้างนิสัยแห่งความมั่งคั่งในชีวิตไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมผ่านกิจวัตรและกิจกรรมประจำวันอย่างสม่ำเสมอ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในทางพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้หลักแห่งการสร้างฐานะของตนเองเอาไว้ ดังที่หลายๆ ท่านเรียกและรู้จักกันในนาม "ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ หรือที่พวกเราเรียกกันง่ายๆว่า อุ อา กะ สะ หรือ หัวใจเศรษฐี" ซึงมีองค์ประกอบ 4 ประการด้วยกันดังนี้คือ
1.อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น
กล่าวคือมีความขยันหมั่นเพียร เลี้ยงชีพด้วยการประกอบการงานที่ไม่มีโทษ
ไม่ผิดกฏหมายและศีลธรรม, ไม่เบียดเบียนใครๆ เป็นผู้ขยันไม่เกียจคร้านในการงานนั้นๆ ตลอดจนหมั่นคิดพัฒนาในเนื้องานที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ให้ดียิ่งๆ
ขึ้นไปอยู่ตลอดเวลา
@expansion
2.อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษาทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียรและด้วยความชอบธรรม
อีกทั้งยังคิดวิธีการเพื่อให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยเพิ่มขึ้น โดยเก็บรักษาทรัพย์ไว้ในที่ปลอดภัย
สามารถนำออกมาใช้ได้ทุกเมื่อที่ถึงคราวจำเป็น
@mthai
3.กัลยาณมิตตตา คือการเลือกคบแต่คนดีๆ และเพียรสร้างนิสัยที่ดีๆ
ให้แก่ตนเอง พยายามพาตัวเองให้ห่างไกลจากคนชั่วทั้งนี้เพราะหากเราคบคนเช่นไร
เราก็จะมีนิสัยใจคอคล้ายกับบุคคลเหล่านั้นและอาจเหตุที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียทั้งหลาย
และเราเองก็จะต้องพยายามลด ละ เลิก นิสัยที่ไม่ดีทั้งหลายของตัวเองให้หมดไปด้วย
@amarinbabyandkids
4.สมชีวิตา คือการเลี้ยงดูตนเองตลอดจนครอบครัวให้มีกินมีใช้ เป็นอยู่อย่างพอเพียง เหมาะสมตามฐานะ ไม่ใช้จ่ายสุรุุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย สมดังคำสุภาษิตที่กล่าวเอาไว้ว่า "นกน้อยทำรังแต่พอตัว"
อ้างอิง
ทิฏฐธัมมิกัตถะ , สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต), พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, (กรุงเทพมหานคร, โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย2551),หน้า 116.
4.สมชีวิตา คือการเลี้ยงดูตนเองตลอดจนครอบครัวให้มีกินมีใช้ เป็นอยู่อย่างพอเพียง เหมาะสมตามฐานะ ไม่ใช้จ่ายสุรุุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย สมดังคำสุภาษิตที่กล่าวเอาไว้ว่า "นกน้อยทำรังแต่พอตัว"
ด้วยเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่เบื้องต้น บุคคลใดที่หวังความมั่งคั่ง
อยากประสบความสำเร็จและมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต พึงน้อมนำหลักการดังกล่าวที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประทานไว้ให้มาปฏิบัติก็จะได้รับผลตามสมควรแก่ความพยายามนั้นๆ
อ้างอิง
ทิฏฐธัมมิกัตถะ , สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต), พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, (กรุงเทพมหานคร, โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย2551),หน้า 116.







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น